ว่าน bw2.png

white water rafting

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

206009707_243651283825937_49649480719913

โปรโมชั่น แพคเกจล่องแก่ง ปี 2564

A.ล่องแก่งลำน้ำเเข็ก**+ที่พักบ้านริมน้ำพร้อมอาหารเช้า ท่านละ 1,199 (นอน 2 ท่านต่อห้อง นอนเดี่ยวเพิ่ม 400 บาท)

 

B.ล่องแก่ง** +ที่พักรวมอาหารเช้า + หมูกระทะริมน้ำเข็ก (มื้อเย็น) ท่านละ 1,349 บาท (นอน 2 ท่านต่อห้อง นอนเดี่ยวเพิ่ม 400 บาท)

 

C.ล่องแก่งลำน้ำเข็ก**+ หมูกระทะริมน้ำเข็ก (ไม่พัก) ท่านละ 799 บาท

 

** ล่องแก่งแบบ new normal ลงทะเบียน วัดอุณหภูมิ ทุกคน ทำความสะอาดอุปกรณ์เสริมส่วนตัว (หมวกและถุงมือ) ด้วยแอลกอฮอล์ทุกรอบ จำกัดจำนวนคน 4 -5 ท่านต่อลำ (สอบถามเพิ่มเติมถ้าต้องการ 1-3 ท่านต่อลำ) ล่องเฉพาะกลุ่มที่มาด้วยกันไม่รวมกับผู้อื่น ราคานี้รวม รถส่งที่ท่าลง อาหารว่าง ประกันภัย มีราคาพิเศษสำหรับหมู่คณะ

แผนที่แก่งต่างๆ
press to zoom
ล่องแก่ง
press to zoom
ล่องแก่ง
press to zoom
จุดขึ้นในรีสอร์ท
press to zoom
ล่องแก่ง
press to zoom
ลำน้ำเข็ก
press to zoom
จุดเริ่มต้น
press to zoom
เรือยาง
press to zoom
1/1
ลำน้ำเข็กมาจากไหน?

ลำน้ำเข็ก  เป็นลำน้ำขนาดกลาง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ด้านอ.เขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง บริเวณหน่วยหนองแม่นา จ.พิษณุโลก และไหลขนานไปกับถนนทางหลวง หมายเลข 12 (พิษณุโลก - หล่มสัก) เส้นทางลัดเลี้ยวของ ลำน้ำเข็ก ประกอบไปด้วยน้ำตกมากมาย  อาทิ น้ำตกศรีดิษฐ์ จ.เพชรบูรณ์, น้ำตกแก่งโสภาที่เลื่องชื่อของจ.พิษณุโลก, น้ำตกปอย, น้ำตกแก่งซอง, น้ำตกวังนกแอ่น ทั้งยังมีแก่งมากมายในลำน้ำสายนี้

ในช่วงฤดูฝน ลำน้ำใสสงบสายนี้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มข้น เชี่ยวกรากรุนแรง  ซึ่งแม้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเสี่ยงที่จะเล่นน้ำ ในช่วงนี้ แต่นับว่าฤดูฝนจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมามากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เหมาะแก่การล่องแก่งที่สนุกเร้าใจ 

ล่องแก่งนานและไกลแค่ไหน?

ล่องแก่งลำน้ำเข็กจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง กับ 8 แก่ง  นักล่องแก่งผจญภัย จะพบกับความตื่นเต้นตลอดเส้นทาง นับตั้งแต่เริ่มต้น ที่ท่า ปากยาง ล่องไปถึงท่าขึ้นส่วนตัว ภายใน วนธารา รีสอร์ท และต้อนรับด้วยเครื่องดื่ม และอาหารว่าง รวมระยะทาง 8 กิโลเมตร

มาตรการความปลอดภัย

สำหรับมาตรการด้านความปลอดภัย จะเริ่มตั้งแต่จุดลงเรือ ที่ท่าข้าม กม. 51 อำเภอวังทอง  จังหวัดพิษณุโลก  โดยก่อนจะล่องแก่ง  ทีมงานจะมีการอธิบาย การล่องแก่ง  สภาพลำน้ำ และสาธิตการสวมเสื้อชูชีพ หมวกนิรภัย     จากนั้นจะมีการสาธิตการนั่ง การพายเรืออย่างถูกวิธี และการควบคุมเรือยาง ให้เป็นไปในทิศทางที่ต้องการ  รวมทั้งจะมีการแนะนำ การปฏิบัติตัวระหว่างการล่องแก่ง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยว จะต้องฟังคำสั่งนายท้ายเรือ อย่างเคร่งครัด

ล่องได้เมื่อไหร่

ฤดูฝนจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมามากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่เหมาะแก่การล่องแก่งที่สนุกเร้าใจ ทั้งนี้ช่วงที่เหมาะสม กับการล่องแก่งลำน้ำเข็กมากที่สุด คือ มิถุนายน - ตุลาคม

เส้นทางการล่องเป็นอย่างไร?

เส้นทางการล่องแก่ง มีระยะทาง 8 กิโลเมตร ผ่านแก่งต่าง ๆ  8 แก่ง  แก่งท่าข้าม  มีความยากในระดับ 1-2 เพราะน้ำจะนิ่งแต่ ไม่นานนักจะได้พบกับ  แก่งไทร  ซึ่งจัดระดับความยากไว้ที่ 3-4  จากนั้นจะเป็น แก่งมรดกป่า แก่งนี้ฝีพายทางด้านขวาจะต้องทำงานหนัก  เพราะเมื่อผ่านแก่งจะต้องหักเลี้ยวซ้ายทันที ตามกระแสน้ำที่คดเคี้ยว   แก่งนี้ถือว่าสร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้ไม่เบา

แก่งปากยาง มีระดับความยาก 2-3 และก่อนจะหมดแก่งปากยาง  นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับน้ำตกขนาดเล็ก ที่เกิดจากการลดระดับชั้น
ของหินขวางลำน้ำอยู่ มีความสูงประมาณ 1 เมตร และแก่งนี้ถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องยึดตัวเรือให้แน่น ไม่เช่นนั้นอาจจะตกเรือได้  แก่งรัชมังคลา เป็นแก่งขนาดใหญ่ กระแสน้ำรุนแรงในระดับความยากที่ 3-4 มียอดคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

แก่งซาง และ แก่งนางคอย  จะมีระดับความยากถึงระดับ 5  มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ถือว่าเป็นจุดอันตราย และจุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่ ยืนรออยู่บนฝั่ง คอยให้การช่วยเหลือในกรณีที่เกิดอันตราย  ซึ่งหากตกเรือแล้วขึ้นไม่ได้ นายท้ายจะไม่ให้เกาะที่กาบเรือ เพราะจะเกิดอันตราย จากการที่ถูกเรือลากไปกระแทกหินในแก่ง และจะได้รับบาดเจ็บได้ง่าย ควรจะรอให้เจ้าหน้าที่ริมฝั่งมาช่วยเหลือ  แก่งยาวเป็นแก่งสุดท้ายของการล่องลำน้ำเข็ก และถือว่ายากที่สุด เพราะแก่งนี้มีระยะทางถึง 100 เมตร  ที่ระดับน้ำลดหลั่นกันหลายชั้น มีเกลียวคลื่นที่ดุดัน สร้างความตื่นเต้น หวาดเสียว ทั้งสนุกเร้าใจอย่างยิ่ง

การล่องแก่งลำน้ำเข็ก จะมาสิ้นสุดเหนือน้ำตกแก่งซอง บริเวณ ท่าขึ้น วนธารา รีสอร์ท ตลอดเส้นทาง สร้างความสนุกสนาน แบบประทับใจไม่รู้ลืม ให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก